อาการตั้งครรภ์ มิใช่เพียงแพ้ท้อง !!
อาการตั้งครรภ์
สำหรับสาวๆที่คิดว่าการตั้งครรภ์ตรงนั้นมักจะประกอบด้วยการขาดประจำการจันทร์มาก่อน และตามเพื่ออาการตั้งครรภ์อื่นๆ กิริยาท่าทางของใช้คนมากอุทรแต่ละคนจะมิเฉกกัน บานตะเกียงบ้างขจิริดบ้าง ไม่จำเป็นต้องมีเต็มจำนวนทุกกิริยาอาการ และอาการที่พบเป็นนิตย์ได้แก่
อาการตั้งครรภ์ทั้งจร ถือเอาว่า ร่อยหรอประจำดัดปลัก
อาการตั้งครรภ์ทั้งจร ถือเอาว่า ร่อยหรอประจำดัดปลัก
แง่มุมยิ่งใหญ่ฉิวเฉียดทั้งร้อยจะสงสัยว่าตัวเองตั้งครรภ์ก็ต่อเมื่อประจำเดือนไม่มา หรือประจำเดือนเลื่อนออกไป บางท่านอาจจะมีเลือกออกกระปริดกระปอยในช่วงที่ตัวอ่อนต่อโลกฝังตัวที่ผนังมดลูก แต่สายเลือดจะออกลูกไม่ครามครันเสมือนตอนมีประจำการจันทร์ แต่เพราะว่าท่านที่บ่อยๆนิศานาถมาไม่สม่ำเสมอ ท่านอาจจะมีการวางครรภ์โดยไม่รู้ตัว คงจะต้องเข้าอยู่การทัศนะอาการตั้งครรภ์อื่นๆประสานพร้อมด้วย
อาการแพ้ท้อง
อาการคลื่นไส้อาเจียนหรือไม่ก็ที่ตั้งชื่อว่าอาการแพ้ท้อง คืออาการตั้งครรภ์อีกทำนองหนึ่งที่มักกำเนิดในระยะขั้นแรกของการตั้งครรภ์ โดยมากจะตกฟากในเวลา 2-8 สัปดาห์สรรพสิ่งการตั้งครรภ์ พอเข้าไปสู่ไตรมาสสองอาการแพ้ท้องจะเปล่าไป slimท่านอาจจะแพ้กลิ่นหรือว่าอาหารบางประเภท ศรัทธาว่าอาการแพ้ทรงพระครรภ์เกิดไปการที่ร่างกายของผู้หญิงที่มีการตั้งครรภ์ มีฐานะฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง จึงทำให้กระเพาะภักษ์มีการบีบตัวน้อยลง อาการของอาการแพ้ท้องมีอะไรบ้าง
- เกลียวคลื่นไส้อ๊วกหลังจากดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร
- ความหนักเบาหด
- สั้นน้ำ
- เบาสีเข้ม
- เกลือทะเลแร่ในร่างกายอาจผิดปกติ
การดำเนินงานตัวเองข้อความที่มีอาการไม่เป็นกอบเป็นกำ
- สารภาพให้ข้าวปลาอาหารว่างที่มีโปรตีนสูง
- งดข้าวที่มีไขมันหรือใยอาหารสูงรับประทานของกินที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง
- ให้รับให้อาหารมื้อละนิดๆแต่บ่อยๆ
- ให้รับประทานอาหารบนเตียงชุดตื่นนอนเกี่ยวข้องจากการเลื่อนไหวจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน
- คัดเลือกรับประทานอาหารที่มีรสชาติดีหน่อย
- อย่าให้อุทรว่างเพราะท้องเวิ้งว้างจะทำให้เกิดคลื่นไส้สำรอก
- หลีกเลี่ยงกลิ่นฉุนๆ
- งดดื่มน้ำผลแมก กาแฟ แอลกอฮอล์ระหว่างรับประทานกระยาหาร
- ดื่มน้ำขิงอาจหาญจะบรรเทาอิริยาบถ
เผื่อมีท่วงทีแพ้ท้องมากๆความหนักเบาตัวจะลดลงพอการ
- แพทย์จะให้ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน
- ยกให้น้ำเกลือเพราะแก้คลื่นไส้อาเจียน
อาการตั้งครรภ์จะส่งผลให้มี การเปลี่ยนแปลงทางเต้านม
คัดเต้านม
อาการคัดแยกเต้านมเป็นอาการตั้งครรภ์อีกอย่างนึงที่จะเหมือนกับอาการได้จริงแน่นเต้าเกษียรช่วงก่อนมีประจำเดือน แต่อาการจะมากกว่าและไม่ลดลง มักจะถือกำเนิดหลังจากที่ไข่ได้ผสมกับตัวอสุจิแล้วประเมินสองอาทิตย์
ไตรมาสแรก
ส่วนหลังการตั้งครรภ์ได้ 6-8 สัปดาห์ เต้านมจะเริ่มมีการแปรปรวนนฤมิต คุณแม่จะรู้สึกว่าเต้านมมหึมาขึ้น กดจะเจ็บเนื่องจากมีการเจริญเติบโตของไขมันและต่อมน้ำนม เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงแพร่กระจายใหญ่ขึ้นจนทัศนาเห็นได้ ควรเลือกสรรขนาดของชุดชั้นในให้เหมาะสม หัวพี่เลี้ยงเด็กและฐานหัวนมจะดำขึ้น
ไตรมาสสอง
ความจุของเต้านมจะใหญ่ขึ้นและมีการเริ่มสร้าง colustrum ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดกับทุกคนแรกๆจะมีลักษณะเหนียวข้นต่อมาจะมีลักษณะเหลวใส ของเหลวนี้จะหลังเมื่อมีการบีบหรือมีความตื่นเต้นทางเพศ
**คุณแม่สัมผัสสังเกตว่าหัวนมโผล่หรือไม่ ถ้าไม่โผล่ต้องปรึกษาผู้รักษา
อาการปวดหลัง
อาการเจ็บหลังเป็นอาการคนท้องที่พบได้บ่อย เกิดได้ตั้งแต่เดือนแรกจนใกล้คลอด สาเหตุเกิดพลัดพรากมดลูกที่มีขนาดประเสริฐขึ้นและมีน้ำหนักมากขึ้นทำให้พระขนองต้องแบกน้ำหนักเพิ่มขึ้นซึ่งมีวิธีป้องกันดังนี้
- อย่าใส่รองเท้าส้นเถินให้ใส่รองเท้าส้นเตี้ยๆ
- ระงับยกเครื่องใช้หนัก
- ห้ามก้มยกของ
- อย่ายืนนาน ถ้าหากต้องยืนนานให้ยืนด้วยขาเบื้องเดียวสลับกันไป
- นั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงและให้หนุนหมอนใบเล็กๆที่หลัง
- จัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านและที่ทำงานเพื่อจะได้ไม่จำต้องงอหลัง
- ที่ลงนอนต้องไม่ถิรเกินไป
- ให้นอนตะแคงซ้ายขาขวาก่ายหมอนข้าง
- ประคบร้อนบริเวณที่ปวด
- ออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อ
ปัสสาวะบ่อย
ตั้งแต่เริ่มมีการตั้งครรภ์คุณมาตาอาจจะมีความรู้สึกอยากปัสสาวะแม้ว่าจะเพิ่งไปปัสสาวะมาเนื่องพลัดมดลูกที่โตกดกระเพาะปัสสาวะ พร้อมทั้งฮอร์โมน human chorionic gonadotrophin (hCG) ท่วงท่าปัสสาวะประจำจะดีขึ้นพอมดลูกเจริญมาถึงในครรภ์และจะเริ่มมีอาการอีกครั้งเมื่อเด็กใกล้คลอด เมื่อมีปัสสาวะเมล็ดเวลาจามหรือไอให้บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
อาการปวดท้องน้อย
ตราบใดมดลูกเขื่องขึ้นจะทำให้เอ็นทียึดมดลูกตึงตัว คุณแม่จะรู้สึกตึงหน้าท้องเบาบางครั้งข้างเดียวเบาบางครั้งสองข้างลักษณะจะปวดตึงๆมักจะเริ่มขณะอายุครรภ์ 18-24 สัปดาห์ การป้องกัน
- อย่าเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว
- เมื่อเจ็บท้องให้น้อมตัวมาท่งหน้า
- ให้นอนพักหรือแปรปรวนท่าบ่อยๆจะช่วยรักษาอาการเจ็บปวด
อาการปวดศีรษะและอารมณ์แปรปรวน
มีชีวิตอาการตั้งครรภ์ที่พบหาได้บ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ความถี่ของการปวด และความรุนแรงจะไม่เท่ากันในแต่ละคน บางคนอาจจะร้องไห้ slimคนก็ปวดศีรษะ สำหรับท่านที่รับประทานยาเป็นประจำโปรดปรึกษาแพทย์ เพราะยาบางประเภทไม่ควรจะรับประทานที่คนท้อง โปรดหารือพยาบาลหากมีอาการดังต่อไปนี้
- ปวดไม่หยุด
- ปวดนิจสิน
- ปวดรุนแรงเต็ม
- ตาพร่ามัวหรือมองเป็นจุด
- ปวดศีรษะร่วมกับคลื่นไส้
- ริดสีดวงทวาร
**อาการตั้งครรภ์อีกรูปพรรณหนึ่ง คือ การเป็นหลอดเลือดที่พองพอง มักจะพบแห่งคนที่ท้องขัง ส่วนหลังคลอดอาการท้องผูกจะเรียบร้อยขึ้น แนะนำป้องกันดังนี้
- หลีกเลี่ยงภาวะท้องผูก ทานอาหารที่มีขยะมูลฝอยใยเยอะๆ
- รับประทานอาหารที่มีใยมาก
- ดื่มน้ำมากๆ
- แช่ก้นในน้ำอุ่น
- ใช้ครีมทา
อาการจุกเสียดแน่นท้อง
ในที่ระหว่างการตั้งครรภ์ คุณแม่อาจจะมีอาการจุกเสียดท้อง อาการจุกจะเริ่มจากกระเพาะไปสู่หลอดอาหารเกิดเนื่องจากมีกรดมาก อาหารย่อยช้าและมดลูกที่ดันกระเพาะปัจจัยต่างๆก๊กนี้จะทำอุปถัมภ์แน่นพุงกะทิ
วิธีปกปักรักษาอาการติดขัดท้อง
- รับประทานอาหารบ่อยๆเป็นวันละ 5-6 ครั้ง
- หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำระหว่างรับประทานอาหาร
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส และรสจัด
- งดสุราและบุหรี่
- งดอาหารก่อนออกกำลังกาย
อาการนอนไม่หลับ
มดลูกเริ่มโตขึ้นคุณมาตุเรศจะหาท่าสบายๆนอนยากเต็มแต่ก็มีเคล็ดในการนอนคือ
- ถ้าเอนไม่หลับให้อาบน้ำอุ่นเดิมนอน
- ดื่มนมอุ่นๆสักแก้วจะช่วยให้หลับดีขึ้น
- ให้นอนตะแคงข้างซ้ายมีหมอนหนุนตั้งท้องและขา
- นอนบนม้าโยก
- ตะคริว
คุณแม่เมื่อใกล้คลอดจะมีอาการตะคริวที่เท้าทั้งสองฝั่งโดยมากมักจะเป็นขณะลงนอน มีวิธีป้องกันดังนี้
- ให้เหยียดขาก่อนนอน
- ขณะเหยียดห้ามชี้นิ้วเท้าให้ดึงข้อเท้าเข้าหาตัว
- ประคบอุ่นที่น่อง
- นวดน่อง
- ดื่มน้ำมากๆ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือกาแฟ
- ให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียม
อาการเหนื่อยหอบ
เป็นอาการตั้งครรภ์ ที่พบเมื่ออายุครรภ์ได้ 31-34 สัปดาห์มดลูกใหญ่ขึ้นจนดันกำบังธาตุลมทำให้รู้สึกหายใจไม่อิ่ม คุณมาตุเรศไม่ต้องกังวลกับอาการตั้งครรภ์ลักษณะนี้ ว่าลูกจะได้ oxygen เพียงพอหรือไม่เด็กยังคงได้รับ oxygen อย่างเพียงพอ เมื่อใกล้คลอดอายุครรภ์ 36-38 สัปดาห์จะเริ่มหายใจสะดวกขึ้นเนื่องจากเด็กเคลื่อนตัวลงช่องเชิงกราน
วิธีป้องกันไม่ให้เหนื่อย
- ขยับตัวช้าๆเพื่อไม่ให้ปอดและหัวใจทำงานหนัก
- นั่งตัวตรงเพื่อเพิ่มเนื้อที่ปอด
- ให้นอนหัวสูง
การผันผิวหนังในคนท้อง
อาการตั้งครรภ์ลักษณะนี้ เกิดจากมีการปรวนแปรแปลงของระดับฮอร์โมน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่พบเป็นประจำคือ
- จะเกิดฝ้ารุ่งโรจน์โดยเฉพาะบริเวณที่เจอแสงอาทิตย์ดังนั้นควรทาครีมกันแดด
- จะเกิดรอยดำเป็นเส้นบริเวณหัวเหน่า หลังคลอดรอยดำจะหายไป
- รอยแนวสีชมพูบริเวณหน้าท้อง ที่เรียกว่าท้องลายเป็นการขยายของข้างท้องเพื่อการเจริญเติบโตของเด็ก ไม่มีทางป้องกัน รอยนี้จะค่อยๆจางหายไปหลังคลอด
- จะเห็นเส้นเลือดบริเวณหน้าอกขยาย ผิวบริเวณผ่ามือจะแดง อาการทั้งสองเป็นผลจากฮอร์โมน
- อาจจะเกิดสิวขึ้นให้ล้างหน้าวันละหลายครั้ง ห้ามใช้ tetracyclin และRoaccutane
อ่านเรื่องอื่นเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ได้ที่ >> http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/
อ่านเรื่องอื่นเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ได้ที่ >> http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น