วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

7 อาการคนท้อง ที่นำพาเดินสู่ งานแท้ง !!

7 อาการคนท้อง ที่นำดำเนินสู่ การแท้ง !!

อาการคนท้องระวางทำงานอวยแท้ง !!

ข้าพเจ้ากว้านซื้อรวมเอา 7 ลักษณะอาการคนท้องหลักๆต่อว่าฤๅที่ทำให้สมภพการแท้ง กับแนวทางที่จะลุ้นให้ความเกื้อกูลแม่ตั้งครรภ์สุขภาพอนามัยครรภ์ที่ดีแด่ไปในภาคหน้า
“ทรีช่า ทอมป์สัน” ผู้นิพนธ์บทข้อคดีเรื่อง Seven Most Common Miscarriage Causes ได้ล่ะเรื่องตายในครรภ์ของตัวเองว่า ตรัยเดือนหลังจากประสูติลูกคนทีแรกแล้ว ก็ต้องประสงค์จะมีการตั้งครรภ์อีกคราให้ทันทีที่สุด เพราะไม่อยากได้ให้ลูกๆอายุห่างกันยิ่ง เมื่อลูกคนโตอายุ 13 เดือน เธอก็ได้ตั้งท้องสมใจ
แต่ก่อนที่ทรีช่าจะได้บอกข่าวดีกับสามี เธอก็แท้งเมื่อมีการตั้งครรภ์ได้เหมือน 5 อาทิตย์เท่านั้น เอ็งหมอบอกตวาดเนื้อความของทรีช่าถือว่ารู้ตัวเร็วมาก ก็เพราะว่าจริงๆแล้วมีแค่ 15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นแห่งรู้องค์ว่ากายเองมีการตั้งครรภ์ กับอีกกึ่งหนึ่งมักจะตายในครรภ์ข้างในไตรมาสในหนึ่ง ซึ่งบ้องเท็จแน่แท้นี้ก็ไม่ลุ้นผ่อนคลายข้อความหมดลมดวงใจข้าวของทรีช่าคว้าล่วง
ปฤษฎางค์ออกจากสดับทรีช่าบอกแล้วปฏิบัติให้รู้ว่าสมมติว่าเหลือแหล่หนเราอาจไม่ฟังออกสาเหตุข้าวของการตายในครรภ์อย่างแท้จริง แต่ก็มีอยู่ 7 เหตุที่อาจทำให้คลอดการตายในท้องขึ้นได้ มีไหนมั่งมาดูห้ามปรามค่ะ

1. ไลฟ์สไตล์ข้าวของเครื่องใช้คุณมาตุรงค์ (สูบบุหรี่ กินเหล้า เมายา และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ)

เพราะอะไรแล้วจึงทำให้ตายในท้อง
สารนิโคตินเชี่ยวชาญตัดผ่านมาถึงเคลื่อนที่สู่รุงรังผ่านระเบียบเลือดฝาดและกอบด้วยผลประสานงานฟ่องฟูมากโตของใช้เด็กอ่อนในที่ครรภ์ พร้อมทั้งมีวิธีเลือกแท้งได้มากกว่าคุณพระชนนีที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 2 เท่า งานถองสิ่งของดื่มแอลกอฮอล์ยิ่งกว่า 2 ถ้วยน้ำแก่ทิวากาลก็เสี่ยงโชคตายในครรภ์เพื่อเหมือนกัน รวมกลุ่มถึงแม้งานใช้คชาเสพติดด้วย ข้างนอกจากนี้คุณพระมารดาที่ทำธุระในฟาร์ม ห้องแล่งตัด ร้านทันตดวง และห้องแล็บในที่โรงพยาบาล มีอัตราเผชิญดูตายในท้องดอนกว่าการทำมาหากินอื่นๆโดยไม่ตระหนักต้นสายปลายเหตุ

ปฏิสังขรณ์จัดหามาฝ่ายไร
ยุติท่าทางที่กอบด้วยข้อคดีเผชิญดูแด่งานเกิดการแท้งแจกหมด เท่านี้ลื้อแม่ก็จะประสบข้อความประสบความสำเร็จในที่การตั้งครรภ์หนาตาขึ้น หรือแม้อุปการะเดือดเนื้อร้อนใจเหตุสถานที่ที่ที่ทำงานอยู่ ลองดูพิจารณาหารือขอร้องคำแนะแนวนำจากเธอหมอและเจ้านายงานเพื่อหาทางแก้พร้อมทั้งแก้ไขปัญหา

2. การติดน้ำเชื้อแบคทีเรีย

เพื่ออะไรแล้วก็ทำให้ตายในครรภ์
กอบด้วยแบคทีเรียดำรงอยู่ 2 พวกที่เป็นสาเหตุทำอุปการะเสวยพระชาติงานแท้ง หาได้แก่ ไมโคพลาสม่า โฮมินิส และ ยูเรียพลาสม่า ยูเรียไลติคัม ซึ่งทั้งฝาแฝดวิธนี้จะสิงสิงสู่ในตัวเพศตลอดผู้หญิงด้วยกันเพศชาย การติดอยู่สเปอร์มแบคทีเรียนี้จะทำสละให้เนื้อเยื่อบุมดลูกบังเกิดการอักเสบ ด้วยกันส่งผลิตผลให้ตัวรุ่นไม่เด่นโขโต การห้อยน้ำเชื้อแบคทีเรียนี้จะไม่มีอริยาบทใดๆเปิดเผยมา เฉพาะเชี่ยวชาญพบได้สำหรับการตรวจทานว่าคุณแม่เหรอคุณบิตุรงค์มีพาหะพำนักหรือไม่ไม่

บูรณะได้เหล่าไร
สมมุติจำต้องการมีการตั้งครรภ์ แนะแนวนำการผดุงรักษาอาการติดเชื้อนี้ด้วยซ้ำการให้เภสัชปฏิชีวนะ

3. ภาวการณ์รังไข่มีถุงน้ำนานาใบ

ทำไมจึงทำแบ่งออกแท้ง
สภาวะนี้คือที่มาที่ทำให้คลอดการแท้งซ้ำๆ หญิงรุ่นที่มีถุงน้ำในรังไข่หลายใบจะมีฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศบุรุษสูงกว่าสามัญ เจี๊ยวจ๊าวนั้นจึงมีผลต่อกระบวนการการตกไข่และการมีประจำเดือน และยังทำให้มีอินซูลินในกระแสเลือดมากผิดปกติอีกด้วย

แก้ไขได้อย่างไร
ช่วงปัจจุบันยังไม่มีการป้องกันความเจ็บป่วยโดยตรง จึงปกป้องไปตามการวางท่าที่เกิด โดยการใช้ยาจูงใจการตอบตอบสนองของอินซูลิน เช่น เมตฟอร์มิน ซึ่งจะช่วยลดราคาการเกิดการแท้งได้ดี

4. ความเจ็บไข้ไทรอยด์มากมาย ทั้งวิสัยที่เป็นไปไทรอยด์ฮอร์โมนยังมีชีวิตอยู่พิษ พร้อมกับภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ และโรคเบาหวาน

เพื่ออะไรจึงทำส่งเสียตายในท้อง
สถานการณ์โรคภัยไทรอยด์พร้อมทั้งโรคเบาหวานที่ตะบึงกำกับไม่ได้ ทั้งปวงทำให้มดลูกอยู่ในสภาพแวดกินโต๊ะที่มิได้ที่แก่การตั้งครรภ์ และยากประสานรอยตัวอ่อนที่จะอยู่รอดไปได้

ฟื้นฟูได้มาประการไร
คำพูดชี้แนะนำคือต้องพลิกผันการกินปากท้องของใช้เนื้อตัวเอง พร้อมกับตลอดปฏิบัติการตามที่คุณแพทย์แนะนำระบิลตึงครัด เนื่องด้วยเบาไพเราะควรกล้ำคุมให้อยู่ในระดับปรกติ ส่วนไทรอยด์รอบรู้แก้โรคได้พร้อมด้วยยา

5. คดีผิดปกติวิสัยของกระบิลภูมิเท่าทุนห้าม

เพราะเหตุใดจึงทำให้ตายในท้อง
ครั้งสเปิร์มเข้ามาในแบบกายของใช้คุณแม่ ร่างกายจะฟ้องว่านี่คือสิ่งแปลกปลอม แต่เมื่อไข่ได้รับการผสมแล้วจะส่งเครื่องแสดงไปบอกคุณพระชนนีว่า หนูไม่ใช่อสุจิโรคนะ กองทัพการตั้งครรภ์จึงเคลื่อนที่ต่อไปตามโดยทั่วไป ในเรื่องเพียงอย่างเดียวกัน หากไข่ที่เคล้าคละแล้ว แต่โฉมกายสรรพสิ่งคุณแม่ไม่ยอมยกธงขาวรับ เธอแอนตี้บอดี้แอนติฟอสโฟลิพิดที่มีข้อสรุปต่อการแข็งตัวของเลือดจะฆ่าฟันตัวเอง จึงมีผลทำให้มีขึ้นการแท้ง ซึ่งเรื่องนี้นักวิชาการหรือว่าผู้เชี่ยวชาญก็ไม่สามารถหาคำเสนอจัดหามา

เคลียร์ได้อย่างไร
ล่าสุดยังไม่มีงานเก็บโดยดิ่ง ลงมือได้เพียงให้ยากลุ่มต่อต้านการแข็งตัวของเลือด ได้แก่ แอสไพริน เฮพาริน และสเตียรอยด์

6. มดลูกผิดบ่อยและปากมดลูกหย่อน

ไฉนจึงทำให้ตายในท้อง
ต่างว่าคุณมารดรมีมดลูกผิดโดยทั่วไป การแท้งย่อมเกิดขึ้นได้ เพราะตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้ หรือหากฝังตัวได้แต่ก็ไม่สามารถเจริญเติบโต ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งคือมดลูกปวกเปียกหรือปากมดลูกหลวม เพราะก่อนจบไตรมาสเริ่มแรก เด็กอ่อนจะตัวโตขึ้นจนบริหารให้ปากมดลูกแผ่ขยาย หากปากมดลูกไม่สมบูรณ์ก็จะไม่สมรรถพยุงตัวแบเบาะสั่น

แก้ไขได้อย่างไร
ข่าวดีก็คือ เราสามารถแก้ได้ด้วยการฟันตัด เรียกว่า การเย็บปากมดลูก

7. โครโมโซมผิดธรรมดา

ทำไมจึงทำให้แท้ง
โครโมโซมหมายความว่าแบบสร้างขนาดเล็กที่ประกอบกิจไปเพื่อยีนส์ โดยดีเรามีโครโมโซมทั้งขาดมือ 23 คู่ ชุดหนึ่งมาจากแม่ พร้อมทั้งอีกชุดหนึ่งมาดำเนินพ่อ ครั้นเมื่อไข่กับสเปิร์มมาผสมสกัดกั้น บางครั้งโครโมโซมอาจบกพร่อง ไม่สามารถคีบคู่กันได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดการแท้งขึ้นได้

แก้ไขได้อย่างไร
ถ้าหากคุณแม่เคยแท้งมาแล้วครั้งหนึ่ง ต้องอดทนรอสักแป๊บ เพราะจากสถิติคุณแม่มีโอกาสตั้งครรภ์และมีลูกที่แข็งแรงได้อีก หากคุณแม่ยังคงแท้งอีก ให้แจ้งคุณหมอเพื่อเก็บเนื้อเยื่อไปตรวจค้นหากระแสความผิดปกติของโครโมโซม หรือหากโครโมโซมปกติคุณหมอจะได้หาต้นเหตุอื่นต่อดำเนินและเก่งเยียวยาเสพติดได้ทันท่วงที

ทรีช่าทิ้งชายไว้ว่า ฉันไม่รู้เลยว่าทำไมจึงแท้ง แต่ 2 เดือนต่อมาฉันก็เชี่ยวชาญมีการตั้งครรภ์ได้อีกครั้ง ลูกมานพที่สองของบริโภคออกหลังจากวันเกิดลูกคนโตในสองสัปดาห์ถัดมา ดังนั้นคุณมาตุเรศที่ผ่านประสบการณ์เลวร้ายแตะรีบให้ศักดิ์ใจตัวเอง และลุกขึ้นมาสู้ใหม่อีกครั้งนะคะ

ขอบคุณที่มา : http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/



วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อาการตั้งครรภ์ มิใช่แค่ปราชัยท้อง !!

อาการตั้งครรภ์ มิใช่เพียงแพ้ท้อง !!

อาการตั้งครรภ์

          สำหรับสาวๆที่คิดว่าการตั้งครรภ์ตรงนั้นมักจะประกอบด้วยการขาดประจำการจันทร์มาก่อน และตามเพื่ออาการตั้งครรภ์อื่นๆ กิริยาท่าทางของใช้คนมากอุทรแต่ละคนจะมิเฉกกัน บานตะเกียงบ้างขจิริดบ้าง ไม่จำเป็นต้องมีเต็มจำนวนทุกกิริยาอาการ และอาการที่พบเป็นนิตย์ได้แก่

อาการตั้งครรภ์ทั้งจร ถือเอาว่า ร่อยหรอประจำดัดปลัก
          แง่มุมยิ่งใหญ่ฉิวเฉียดทั้งร้อยจะสงสัยว่าตัวเองตั้งครรภ์ก็ต่อเมื่อประจำเดือนไม่มา หรือประจำเดือนเลื่อนออกไป บางท่านอาจจะมีเลือกออกกระปริดกระปอยในช่วงที่ตัวอ่อนต่อโลกฝังตัวที่ผนังมดลูก แต่สายเลือดจะออกลูกไม่ครามครันเสมือนตอนมีประจำการจันทร์ แต่เพราะว่าท่านที่บ่อยๆนิศานาถมาไม่สม่ำเสมอ ท่านอาจจะมีการวางครรภ์โดยไม่รู้ตัว คงจะต้องเข้าอยู่การทัศนะอาการตั้งครรภ์อื่นๆประสานพร้อมด้วย

อาการแพ้ท้อง
          อาการคลื่นไส้อาเจียนหรือไม่ก็ที่ตั้งชื่อว่าอาการแพ้ท้อง คืออาการตั้งครรภ์อีกทำนองหนึ่งที่มักกำเนิดในระยะขั้นแรกของการตั้งครรภ์ โดยมากจะตกฟากในเวลา 2-8 สัปดาห์สรรพสิ่งการตั้งครรภ์ พอเข้าไปสู่ไตรมาสสองอาการแพ้ท้องจะเปล่าไป slimท่านอาจจะแพ้กลิ่นหรือว่าอาหารบางประเภท ศรัทธาว่าอาการแพ้ทรงพระครรภ์เกิดไปการที่ร่างกายของผู้หญิงที่มีการตั้งครรภ์ มีฐานะฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง จึงทำให้กระเพาะภักษ์มีการบีบตัวน้อยลง อาการของอาการแพ้ท้องมีอะไรบ้าง

- เกลียวคลื่นไส้อ๊วกหลังจากดื่มน้ำหรือรับประทานอาหาร
- ความหนักเบาหด
- สั้นน้ำ
- เบาสีเข้ม
- เกลือทะเลแร่ในร่างกายอาจผิดปกติ

การดำเนินงานตัวเองข้อความที่มีอาการไม่เป็นกอบเป็นกำ

- สารภาพให้ข้าวปลาอาหารว่างที่มีโปรตีนสูง
- งดข้าวที่มีไขมันหรือใยอาหารสูงรับประทานของกินที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง
- ให้รับให้อาหารมื้อละนิดๆแต่บ่อยๆ
- ให้รับประทานอาหารบนเตียงชุดตื่นนอนเกี่ยวข้องจากการเลื่อนไหวจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน
- คัดเลือกรับประทานอาหารที่มีรสชาติดีหน่อย
- อย่าให้อุทรว่างเพราะท้องเวิ้งว้างจะทำให้เกิดคลื่นไส้สำรอก
- หลีกเลี่ยงกลิ่นฉุนๆ
- งดดื่มน้ำผลแมก กาแฟ แอลกอฮอล์ระหว่างรับประทานกระยาหาร
- ดื่มน้ำขิงอาจหาญจะบรรเทาอิริยาบถ

เผื่อมีท่วงทีแพ้ท้องมากๆความหนักเบาตัวจะลดลงพอการ
- แพทย์จะให้ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน
- ยกให้น้ำเกลือเพราะแก้คลื่นไส้อาเจียน

อาการตั้งครรภ์จะส่งผลให้มี การเปลี่ยนแปลงทางเต้านม

คัดเต้านม
          อาการคัดแยกเต้านมเป็นอาการตั้งครรภ์อีกอย่างนึงที่จะเหมือนกับอาการได้จริงแน่นเต้าเกษียรช่วงก่อนมีประจำเดือน แต่อาการจะมากกว่าและไม่ลดลง มักจะถือกำเนิดหลังจากที่ไข่ได้ผสมกับตัวอสุจิแล้วประเมินสองอาทิตย์

ไตรมาสแรก
ส่วนหลังการตั้งครรภ์ได้ 6-8 สัปดาห์ เต้านมจะเริ่มมีการแปรปรวนนฤมิต คุณแม่จะรู้สึกว่าเต้านมมหึมาขึ้น กดจะเจ็บเนื่องจากมีการเจริญเติบโตของไขมันและต่อมน้ำนม เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงแพร่กระจายใหญ่ขึ้นจนทัศนาเห็นได้ ควรเลือกสรรขนาดของชุดชั้นในให้เหมาะสม หัวพี่เลี้ยงเด็กและฐานหัวนมจะดำขึ้น

ไตรมาสสอง
ความจุของเต้านมจะใหญ่ขึ้นและมีการเริ่มสร้าง colustrum ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดกับทุกคนแรกๆจะมีลักษณะเหนียวข้นต่อมาจะมีลักษณะเหลวใส ของเหลวนี้จะหลังเมื่อมีการบีบหรือมีความตื่นเต้นทางเพศ
**คุณแม่สัมผัสสังเกตว่าหัวนมโผล่หรือไม่ ถ้าไม่โผล่ต้องปรึกษาผู้รักษา

อาการปวดหลัง
อาการเจ็บหลังเป็นอาการคนท้องที่พบได้บ่อย เกิดได้ตั้งแต่เดือนแรกจนใกล้คลอด สาเหตุเกิดพลัดพรากมดลูกที่มีขนาดประเสริฐขึ้นและมีน้ำหนักมากขึ้นทำให้พระขนองต้องแบกน้ำหนักเพิ่มขึ้นซึ่งมีวิธีป้องกันดังนี้

- อย่าใส่รองเท้าส้นเถินให้ใส่รองเท้าส้นเตี้ยๆ
- ระงับยกเครื่องใช้หนัก
- ห้ามก้มยกของ
- อย่ายืนนาน ถ้าหากต้องยืนนานให้ยืนด้วยขาเบื้องเดียวสลับกันไป
- นั่งบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงและให้หนุนหมอนใบเล็กๆที่หลัง
- จัดสิ่งแวดล้อมที่บ้านและที่ทำงานเพื่อจะได้ไม่จำต้องงอหลัง
- ที่ลงนอนต้องไม่ถิรเกินไป
- ให้นอนตะแคงซ้ายขาขวาก่ายหมอนข้าง
- ประคบร้อนบริเวณที่ปวด
- ออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อ

ปัสสาวะบ่อย
ตั้งแต่เริ่มมีการตั้งครรภ์คุณมาตาอาจจะมีความรู้สึกอยากปัสสาวะแม้ว่าจะเพิ่งไปปัสสาวะมาเนื่องพลัดมดลูกที่โตกดกระเพาะปัสสาวะ พร้อมทั้งฮอร์โมน human chorionic gonadotrophin (hCG) ท่วงท่าปัสสาวะประจำจะดีขึ้นพอมดลูกเจริญมาถึงในครรภ์และจะเริ่มมีอาการอีกครั้งเมื่อเด็กใกล้คลอด เมื่อมีปัสสาวะเมล็ดเวลาจามหรือไอให้บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

อาการปวดท้องน้อย
ตราบใดมดลูกเขื่องขึ้นจะทำให้เอ็นทียึดมดลูกตึงตัว คุณแม่จะรู้สึกตึงหน้าท้องเบาบางครั้งข้างเดียวเบาบางครั้งสองข้างลักษณะจะปวดตึงๆมักจะเริ่มขณะอายุครรภ์ 18-24 สัปดาห์ การป้องกัน
- อย่าเปลี่ยนท่าอย่างรวดเร็ว
- เมื่อเจ็บท้องให้น้อมตัวมาท่งหน้า
- ให้นอนพักหรือแปรปรวนท่าบ่อยๆจะช่วยรักษาอาการเจ็บปวด

อาการปวดศีรษะและอารมณ์แปรปรวน
มีชีวิตอาการตั้งครรภ์ที่พบหาได้บ่อย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน ความถี่ของการปวด และความรุนแรงจะไม่เท่ากันในแต่ละคน บางคนอาจจะร้องไห้ slimคนก็ปวดศีรษะ สำหรับท่านที่รับประทานยาเป็นประจำโปรดปรึกษาแพทย์ เพราะยาบางประเภทไม่ควรจะรับประทานที่คนท้อง โปรดหารือพยาบาลหากมีอาการดังต่อไปนี้

- ปวดไม่หยุด
- ปวดนิจสิน
- ปวดรุนแรงเต็ม
- ตาพร่ามัวหรือมองเป็นจุด
- ปวดศีรษะร่วมกับคลื่นไส้
- ริดสีดวงทวาร




**อาการตั้งครรภ์อีกรูปพรรณหนึ่ง คือ การเป็นหลอดเลือดที่พองพอง มักจะพบแห่งคนที่ท้องขัง ส่วนหลังคลอดอาการท้องผูกจะเรียบร้อยขึ้น แนะนำป้องกันดังนี้

- หลีกเลี่ยงภาวะท้องผูก ทานอาหารที่มีขยะมูลฝอยใยเยอะๆ
- รับประทานอาหารที่มีใยมาก
- ดื่มน้ำมากๆ
- แช่ก้นในน้ำอุ่น
- ใช้ครีมทา

อาการจุกเสียดแน่นท้อง
ในที่ระหว่างการตั้งครรภ์ คุณแม่อาจจะมีอาการจุกเสียดท้อง อาการจุกจะเริ่มจากกระเพาะไปสู่หลอดอาหารเกิดเนื่องจากมีกรดมาก อาหารย่อยช้าและมดลูกที่ดันกระเพาะปัจจัยต่างๆก๊กนี้จะทำอุปถัมภ์แน่นพุงกะทิ 

วิธีปกปักรักษาอาการติดขัดท้อง

- รับประทานอาหารบ่อยๆเป็นวันละ 5-6 ครั้ง
- หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำระหว่างรับประทานอาหาร
- หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดแก๊ส และรสจัด
- งดสุราและบุหรี่
- งดอาหารก่อนออกกำลังกาย
อาการนอนไม่หลับ
มดลูกเริ่มโตขึ้นคุณมาตุเรศจะหาท่าสบายๆนอนยากเต็มแต่ก็มีเคล็ดในการนอนคือ
- ถ้าเอนไม่หลับให้อาบน้ำอุ่นเดิมนอน
- ดื่มนมอุ่นๆสักแก้วจะช่วยให้หลับดีขึ้น
- ให้นอนตะแคงข้างซ้ายมีหมอนหนุนตั้งท้องและขา
- นอนบนม้าโยก
- ตะคริว

คุณแม่เมื่อใกล้คลอดจะมีอาการตะคริวที่เท้าทั้งสองฝั่งโดยมากมักจะเป็นขณะลงนอน มีวิธีป้องกันดังนี้

- ให้เหยียดขาก่อนนอน
- ขณะเหยียดห้ามชี้นิ้วเท้าให้ดึงข้อเท้าเข้าหาตัว
- ประคบอุ่นที่น่อง
- นวดน่อง
- ดื่มน้ำมากๆ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์หรือกาแฟ
- ให้รับประทานอาหารที่มีแคลเซียม

อาการเหนื่อยหอบ
เป็นอาการตั้งครรภ์ ที่พบเมื่ออายุครรภ์ได้ 31-34 สัปดาห์มดลูกใหญ่ขึ้นจนดันกำบังธาตุลมทำให้รู้สึกหายใจไม่อิ่ม คุณมาตุเรศไม่ต้องกังวลกับอาการตั้งครรภ์ลักษณะนี้ ว่าลูกจะได้ oxygen เพียงพอหรือไม่เด็กยังคงได้รับ oxygen อย่างเพียงพอ เมื่อใกล้คลอดอายุครรภ์ 36-38 สัปดาห์จะเริ่มหายใจสะดวกขึ้นเนื่องจากเด็กเคลื่อนตัวลงช่องเชิงกราน 

วิธีป้องกันไม่ให้เหนื่อย
- ขยับตัวช้าๆเพื่อไม่ให้ปอดและหัวใจทำงานหนัก
- นั่งตัวตรงเพื่อเพิ่มเนื้อที่ปอด
- ให้นอนหัวสูง

การผันผิวหนังในคนท้อง
อาการตั้งครรภ์ลักษณะนี้ เกิดจากมีการปรวนแปรแปลงของระดับฮอร์โมน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่พบเป็นประจำคือ

- จะเกิดฝ้ารุ่งโรจน์โดยเฉพาะบริเวณที่เจอแสงอาทิตย์ดังนั้นควรทาครีมกันแดด
- จะเกิดรอยดำเป็นเส้นบริเวณหัวเหน่า หลังคลอดรอยดำจะหายไป
- รอยแนวสีชมพูบริเวณหน้าท้อง ที่เรียกว่าท้องลายเป็นการขยายของข้างท้องเพื่อการเจริญเติบโตของเด็ก ไม่มีทางป้องกัน รอยนี้จะค่อยๆจางหายไปหลังคลอด
- จะเห็นเส้นเลือดบริเวณหน้าอกขยาย ผิวบริเวณผ่ามือจะแดง อาการทั้งสองเป็นผลจากฮอร์โมน
- อาจจะเกิดสิวขึ้นให้ล้างหน้าวันละหลายครั้ง ห้ามใช้ tetracyclin และRoaccutane


อ่านเรื่องอื่นเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ได้ที่ >> http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

การตั้งครรภ์หมายถึงไหน? เกิดขึ้นไปได้ส่วนไร?

การตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์หมายถึงกระไร? เกิดรุ่งโรจน์ได้ส่วนไร?


          การตั้งครรภ์ (Pregnancy) คือ สถานการณ์ที่ชาตะจากงานปฏิสนธิระหว่างไข่กับน้ำกาม จากนั้นได้มาตัวอ่อนนิ่มปรากฏขึ้นไป ในการตั้งครรภ์ที่ปกติตัวเล็กจะไปฝังที่เยื่อบุโพรงมดลูก จากนั้นกายแอซึ่งมีเซลล์เดียว ก็จะปันตัวและพัฒนาเป็นอวัยวะต่างๆ และเจริญเป็นเด็กแดงต่อไป ซึ่งโดยทั่วไป ในผู้หญิงปกติที่มีประจำศศิทุกๆประมาณ 4 สัปดาห์ จะมีอายุครรภ์ตีค่า 40 สัปดาห์ หรือ 280 วัน นับจากวันดั้งเดิมของการมีประจำเดือนงวดล่าสุด

อะไรคือครรภ์เสี่ยงสูง?

          ครรภ์เสี่ยงสูง คือ สถานการณ์ตั้งครรภ์ที่สามารถเกิดอันตรายต่อมารดาพร้อมด้วยหรือต่อทารกในครรภ์ได้ เช่น การที่มารดามีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไตเรื้อรัง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรคออโตอิมมูน/โรคภูมิต้านตนเอง และ โรคมะเร็ง ซึ่งการตั้งครรภ์อาจส่งผลให้โรคของมารดาที่ตั้งครรภ์แย่ลง และอาจส่งผลผลร้ายต่อทารกในครรภ์ด้วย
สาเหตุที่ทำให้การตั้งครรภ์มีกรณีเสี่ยงสูงที่พบบ่อย คือ
ชนนีมีอายุน้อย (น้อยกว่า 15 ปี) หรือ อายุมาก (มากกว่า 35 ปี)
มารดา อ้วน ความหนักเบาตัวเกิน หรือผอมมาก หรือมีความเจ็บไข้ประจำตัวยืดเยื้อเช่นดังกล่าวแล้ว
มาตุมีประวัติการตั้งครรภ์ผิดปกติมาก่อน เช่น แท้ง หรือการคลอดก่อนกำหนด

การตั้งครรภ์มีกี่ระยะ? แต่ละระยะมีอาการอย่างไร?

ในทางการแพทย์นั้น การตั้งครรภ์ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ นั่นคือ ระยะที่มีการตั้งครรภ์ ระยะที่มีการเจ็บครรภ์คลอด และ ระยะหลังคลอด
ระยะที่มีการตั้งครรภ์
ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ อาจจะมีกิริยาท่าทางคลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการตอนเช้า รับประทานอาหารไม่ค่อยได้ ลีลาจะดีขึ้นเมื่อพ้นช่วง 3เดือนแรกไปแล้ว นอกจากนั้นอาจจะมีอาการอ่อนเพลีย ท้องผูกได้บ้างในบางคน
เมื่ออายุครรภ์มากขึ้นประมาณ 20 สัปดาห์ จะรู้สึกได้ถึงการดิ้นของทารก สตรีตั้ง ครรภ์ควรที่จะต้องสังเกตการดิ้นของทารกในครรภ์ทุกวันเพื่อดูว่าทารกในครรภ์ยังมีปากท้องดีอยู่หรือไม่ (ซึ่งถ้าสงสัยเด็กดิ้นผิดปกติ เช่น ดิ้นลดลง หรือไม่ดิ้น ต้องรีบพบสูตินรีแพทย์) ข้างนอก จากนั้นอาจพบว่ามีการบวมที่ขาทั้งสองข้างได้เล็กน้อย
ช่องไฟที่มีการเจ็บครรภ์คลอด จะมีกิริยาท่าทางต่างๆดังนี้
o อาการเจ็บครรภ์คลอด จะมีลักษณะปวดทั่วท้องทั้งหมด ท้อง/มดลูกแข็งกร้าวเกร็งเกิดจากการหดรัดตัวของมดลูก โดยกิริยาอาการปวดจะบีบและคลายเป็นพักๆสม่ำเสมออย่างน้อย 10 นาทีต่อครั้ง ในบางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปที่เอวร่วมด้วย
o มีมูกปนเชื้อสายออกทางช่องคลอด ซึ่งแสดงว่ามีการเริ่มเปิดของปากมดลูก พร้อมที่จะคลอดแล้ว
o การมีแม่น้ำเดิน คือ การมีน้ำใสใสไหลออกทางช่องคลอด กลั้นไม่ได้เหมือนปัสสาวะ ทั้งนี้เกิดจากถุงน้ำคร่ำแตก
ระยะหลังคลอด
ในยุคสมัยหลังคลอดจะยังคงมีเลือดไหลออกทางช่องคลอดในปริมาณไม่มาก ซึ่งเรียกว่าน้ำคาวปลา ในช่วงแรกจะมีสีแดงสด จากนั้นจะค่อยๆจางลงเป็นสีน้ำตาล และเปลี่ยน เป็นสีใสๆ โดยน้ำคาวปลาควรจะหมดภายใน 2-4 สัปดาห์ ซึ่งถ้าน้ำคาวปลาผิดปกติ เช่น เป็นเลือดสดตลอดเวลา หรือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือเมื่อผ่านระยะเวลานี้ไปแล้วยังคงมีน้ำคาวปลาอยู่ จำต้องรีบประสบสูตินรีเวช เพราะอาจหาญมีการติดเชื้อในมดลูก หรือคงจะมีรกค้างอยู่ได้
การมีอาการปวดบริเวณท้องค่อยบีบเป็นพักๆ โดยการวางท่าจะเกิดขึ้นพอมารดาให้นมบุตร อาการที่กำเนิดขึ้นเป็นภาวะปกติ แสดงว่ามดลูกกำลังหดตัวเข้าสู่อุ้งเชิงกราน
การขับปัสสาวะหลังคลอด ในช่วง 2-3 วันแต่แรก ปริมาณปัสสาวะที่ออกจะออกลูกมาก กว่าปกติ เนื่องจากร่างกายขับน้ำส่วนเกินที่ถือกำเนิดจากการตั้งครรภ์ออกจากร่างกาย
ภายหลังคลอดอาจเกิดอาการผิดปกติทางปีกจิตใจได้ เช่น อาการแทรกซึมเศร้า วิตกกังวล ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจาก ปัญหาความสับสนในบทบาทของมารดา และภรรยา โดยอาการจะค่อยๆกลับเป็นปกติภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ถ้าอาการเหล่านี้เรื้อรัง ควรรีบพบสูตินรีแพทย์

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์?

อาการที่แสดงว่าอาจมีการตั้งครรภ์ คือ
1. ประจำรัชนีกรขาด
2. คลื่นไส้ อาเจียน มักมีอาการช่วงเช้า หรือมีอาการมากในช่วงเช้า
3. โหยกระยาหารแปลกๆ
4. อ่อนนิ่มเมื่อย ความรู้สึกแปรผันปรวน
5. อาจปวดศิระบ่อยขึ้น แต่ไม่ดุร้าย
6. ประกอบด้วยการแปรแปลงของใช้เต้านม เต๋านมและหัวนมขยายใหญ่ขึ้น อาจรู้สึกเจ็บเต้านมและหัวนม
7. ปัสสาวะบ่อยๆ เพราะขนาดมดลูกโตขึ้นจึงกดเบียดทับกระเพาะปัสสาวะ กระตุ้นให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น
ในกรณีที่มีอาการดังกล่าวและสงสัยว่าจะตั้งครรภ์ อาจตรวจยืนยันการตั้งครรภ์เองโดยการไปซื้อแถบตรวจปัสสาวะดูการตั้งครรภ์จากร้านขายยาขนาดใหญ่ มาตรวจ ซึ่งหลังจากจุ่มแถบตรวจกับปัสสาวะ ถ้าพบว่าแถบขึ้น 2 ขีด แสดงว่า มีการตั้งครรภ์ในกรณีที่ไม่แน่ใจ ควรรีบไปพบสูตินรีแพทย์

แพทย์ชี้ขาดได้อย่างไรว่าตั้งครรภ์?

เวชจะทำการวินิจฉัยว่าตั้งครรภ์โดยดูจาก ประวัติอาการ ประวัติเพศสัมพันธ์ ประวัติขาดประจำเดือน การตรวจร่างกาย การตรวจภายใน และมีการยืนยันผลการตรวจหาโดยการนำฉี่ไปตรวจสอบดูการตั้งครรภ์

เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์พอที่พบผู้รักษาเมื่อไร?

เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรรีบจากไปพบแพทย์กึกที่เป็นไปได้เพื่อจะได้ทำการฝากครรภ์ ประเมินอายุครรภ์ที่แน่นอน ประเมินว่ามีภาวะเสี่ยงในการตั้งครรภ์หรือไม่ นอกจากนั้นยังมีการตรวจเลือดเพื่อดูว่ามีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์) หรือไม่ รวมถึงการตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมียด้วยเพื่อการดูแลทารกตั้งแต่ในครรภ์

จะเฝ้าดูตัวเองอย่างไรเมื่อตั้งครรภ์

การดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ ที่ยิ่งใหญ่ คือ
การรับประทานอาหาร หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับประทานอาหารเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน ไม่มีอาหารที่ต้องงด ควรได้รับธาตุเหล็กเสริมระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อมาฝากครรภ์ หญิงตั้งครรภ์จะได้รับธาตุเหล็กในรูปยาเม็ด และควรรับประทานวันละเม็ดตลอดการตั้งครรภ์
การออกกำลังกาย หญิงตั้งครรภ์สามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ ถ้าไม่มีอาการเหนื่อยเกินไปหรือเป็นการออกกำลังกายชนิดที่เกิดอันตราย
การทำงาน ควรหลีกเลี่ยงงานที่ต้องออกกำลังมาก ไม่ควรทำงานต่อเนื่องจนเกิดอา การเหนื่อยมาก ควรมีเวลาพักระหว่างวัน หญิงตั้งครรภ์ที่เคยคลอดบุตรน้ำหนักน้อยมาก่อนควรจำกัดการทำงานไม่ให้มากเกินไป
การเดินทาง หญิงตั้งครรภ์สามารถเดินทางได้ แต่มีข้อควรปฏิบัติคือ ควรมีโอกาสลุกเดินบ้างทุก 2-3 ชั่วโมง กรณีที่นั่งรถยนต์ควรใช้เข็มขัดนิรภัยอย่างเคร่งครัด
การเลือกใช้เสื้อผ้า ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่รัดแน่น
งานขับเคลื่อนคัดลอกอุจจาระช่องท้องผูก และมีโอกาสเป็นริดสีดวงทวารหนักได้มากขึ้น จึงควรพยายามป้องกันไม่ให้ท้องผูก โดยดื่มน้ำให้มากครั้น รับประทานอาหารที่มีใยอาหารมากขึ้น (ผักและผลไม้) และออกกำลังกายพอสมควร หญิงตั้งครรภ์มักมีอาการ
การดูแลสุขภาพฟัน หญิงตั้งครรภ์ควรได้รับการตรวจสุขภาพฟันจากทันตแพทย์ และถ้ามีปัญหาก็ทำการรักษาได้ตามที่ทันตแพทย์เห็นสมควร
การกอบด้วยเพศสัมพันธ์ เชี่ยวชาญมีเพศเนื่องได้ตามปกติ ยกเว้นในช่วงศศิธรสุดหางของการตั้งครรภ์
งานสูบบุหรี่ หญิงตั้งครรภ์และภารดาควรงดสูบบุหรี่ เนื่องจากมีผลต่อน้ำหนักตัวของทารกในครรภ์
การดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ควรดื่มสุรา/แอลกอฮอล์ในช่วงตั้งครรภ์ เนื่องจากสุราจะทำให้คลอดวิสัยที่เป็นไปเด็กแรกคลอดเจริญเติบโตช้า เชาวน์อ่อน หรืออาจจะมีรูปรูปร่างพิการแต่กำเนิดได้


ข้อห้ามขณะตั้งครรภ์มีอะไรบ้าง?
          ข้อห้ามสำคัญมหุรดีตั้งครรภ์ คือ การใช้ยาเพราะด้วยรักษาอาการเจ็บป่วยขณะตั้งครรภ์ หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เนื่องจากยาบางอย่างอาจส่งผลให้ทารกพิการได้
          นอกพลัดพรากนั้น ภายในกรณีที่หญิงตั้งครรภ์มีความเจ็บป่วยประจำตัว รวมเบ็ดเสร็จทั้งโรคธาลัสซีเมีย ต้องรีบไปไหว้วานครรภ์เพื่อประเมินความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ว่า การตั้งครรภ์จะส่งผลต่อมารดาและทารกในครรภ์หรือไม่


อ่านเรื่องการตั้งครรภ์เพิ่มเติมได้ที่ : http://xn--12caim3fl3dkeb5hf3db3b8noa5kk.blogspot.com/



วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

5 วัคซีนต้องฉีดพ่นครั้นเมื่อมี การตั้งครรภ์

5 วัคซีนควรฉีดพ่นครั้นเมื่อมี การตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์


           ยอมทฤษฎีของผู้มีชีวิตที่มีอยู่การตั้งครรภ์ทุกรายควรได้รองวัคซีนคุ้มกันความเจ็บไข้ที่ศักยระแวดระวังได้มาริตั้งแต่เก่ามีการตั้งครรภ์ สมมติว่าในแบบอย่างปฏิบัติหวนพบคุณคุณแม่หลายคนที่ตั้งครรภ์แล้วแต่ไม่เคยรับวัคซีนมาก่อน ในขณะที่มีความเสี่ยงที่จะติดโรค หลักการการให้วัคซีนในผู้ที่มีการตั้งครรภ์คือ ประโยชน์ของใช้การได้รับวัคซีนสัมผัสมากกว่าข้อความเสี่ยงจากผลสิ้นใจของวัคซีนที่คงเกิดกับมาตุเรศและลูกในครรภ์ จึงจะมีการฉีดวัคซีนนั้นๆ



5 ชั้นวัคซีนที่คุณชนนีชอบฉีดระหว่างการตั้งครรภ์ เป็นต้นว่า

1. วัคซีนโรคบาดทะยัก (Tetanus)
ในอดีตแบเบาะที่คลอดที่เคหสถานใช้ไม่ไผ่ฟันสายสะดือมักจะเสียชีวิตด้วยโรคบาดทะยักโดยมีอาการเกร็งหลังแข็ง หลังแอ่น ชักกระตุก ดูดนมไม่ได้ จนเสียชีวิต การฉีดวัคซีนบาดทะยักซึ่งเป็นวัคซีนตัวล้มตายประกอบไปด้วยทอกซอยด์บาดทะยัก นอกจากช่วยป้องกันโรคบาดทะยักในมารดรแล้ว ยังสามารถป้องกันโรคบาดทะยักในลูกที่เกิดมาอีกด้วย อย่างไรก็ตามการคลอดและการดูแลสายสะดือก็ควรมีมาตรฐานสะอาดปลอดเชื้อ มิดังนั้นถึงฉีดวัคซีน ก็อาจจะยังติดเชื้อบาดทะยักได้

2. วัคซีนคอตีบ (Diptheria)
มีอธิบายว่าโรคคอตีบกลับมาระบาดเอี่ยมในบุรีไทย ในปีพ.ศ. 2555 ในรายที่รุนแรงโรคคอตีบทำให้พระชนนีและลูกเสียชีวิตในมหุรดีศักดามีการตั้งครรภ์ได้ อาการอื่นๆ ได้แก่ หายใจไม่ออก มีการอุดตันทางเดินหายใจ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ วัคซีนคอตีบเป็นวัคซีนตัวตายประกอบไปด้วยทอกซอยด์คอตีบเนื่องจากวัคซีนไม่มีอันตรายใดๆ จึงแนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีการตั้งครรภ์ ช่วยป้องกันโรคคอตีบในแม่และป้องกันคอตีบในลูกที่คลอดมา หมายความว่าวัคซีนที่ใช้ฉีดร่วมกับบาดทะยัก (Td Vaccine) โปรแกรมการฉีดเป็นเช่นเดียวกับวัคซีนบาดทะยัก

3. วัคซีนอุสุมกรน (Pertussis)
โรคไอกรนเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ มีการไอถี่ๆ หากเป็นมากจะทำให้ระบบหายใจล้มเหลวอาบันแก่ชีวิตได้ ปัจจุบันเริ่มมีโรคไอกรนระบาดอีก เชื่อว่าเพราะภูมิต้านทานโรคไอกรนของคนเราริเริ่มลดลง วัคซีนไอกรนเป็นวัคซีนตัวตายเป็นได้ฉีดในผู้ที่มีการตั้งครรภ์ได้ ช่วยป้องกันโรคไอกรนในแม่และลูกที่คลอดมา ซึ่งเป็นที่รู้ว่า เกินร้อยละ 50 ของลูกที่ป่วยเป็นโรคไอกรน ติดมาจากเชื้อโรคไอกรนในแม่ ซึ่งหากลูกเป็นโรคไอกรนใน 3 เดือนแรก ลูกมีโอกาสเจ็บป่วยรุนแรงจนเสียชีวิต แต่หากฉีดวัคซีนไอกรนให้แม่ในขณะการตั้งครรภ์ สามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บไอกรนในลูกที่เกิดออกมาได้ตั้งแต่ 2-6 เดือน

4. วัคซีนไข้หวัดเทิ่ง (Influenza)
โรคภัยไข้หวัดใหญ่ดำรงฐานะโรคที่ทำอันตรายให้กับคนที่มีการตั้งครรภ์มากกว่าคนธรรมดา ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงมากกว่า เช่น ปอดบวม เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ หัวใจวาย ฯลฯ ตราบเท่าทำให้แม่และลูกเสียชีวิตได้ วัคซีนนี้จึงควรฉีดในคนที่มีการตั้งครรภ์ทุกหน้า ไม่จำเพาะช่วงหน้าหนาวที่มีไข้หวัดใหญ่ระบาดเท่านั้น ซึ่งนอกจากป้องกันแม่แล้วยังสามารถป้องกันลูกที่จะเกิดมาได้อีกด้วย เนื่องจากเป็นวัคซีนตัวตายสามารถฉีดได้อย่างปลอดภัย โดย ฉีดในคนที่มีการตั้งครรภ์ได้ทุกพระชนมายุครรภ์ ฉีดหนึ่งเข็ม คุ้มกันได้ 1ปี

5. วัคซีนอภิบาลไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B)
วัคซีนนี้คือวัคซีนตัวมรณะซึ่งไม่มีอันตรายต่อมาดาหรือลูก แม้ปัจจุบันลูกทุกคนที่เกิดมาใหม่จะได้รับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี แต่ในคนที่มีการตั้งครรภ์บางคนยังไม่เคยได้รับวัคซีนนี้เลย การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี อาจทำให้เกิดตับอักเสบ มีอาการตัวเหลืองตาเหลืองอ่อนเพลีย ตับวาย ถ้าเป็นตับอักเสบเรื้อรังอาจเกิดตับแข็ง หรือเป็นมะเร็งที่ตับได้ เหมือนกับนั้นผู้ที่มีการตั้งครรภ์ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี หรือเจาะเลือดแล้วไม่มีภูมิต้านทานไวรัสตับอักเสบบี พึงจะฉีดวัคซีนนี้ซึ่งนอกจากป้องกันแม่ยังอาจป้องกันและลูกที่จะคลอดออกมาเพื่อ


ที่มา : blogger


วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

20 อาการคนท้อง แห่งอยากรู้แต่กลับเปล่าองอาจไต่ถาม ?

20 อาการคนท้อง แดนตะโกรงรู้แต่กลับเปล่ามีหน้าย้อนถาม ?

อาการคนท้อง




1. อาการคนท้อง : หากอาเจียนแห่งถิ่นที่ส่วนรวมแตะต้องอีกต่างหากไง?
แนะนำจัดแจงถุงพลาสติกพกติดอยู่กายไว้เยี่ยมยอดกว่าค่ะ หากว่าไม่มีก็รีบร้อนหาห้องน้ำที่ประชิดติดกันที่สุด

2. อาการคนท้อง : ทำไมลูกช้างถึงประกอบด้วยสิว?
การเกิดสิวตรงนั้น รุ่งโรจน์อยู่พร้อมทั้งแต่ละผู้มีชีวิตค่ะ กัลยาเบาบางขาก็มีผิววิมลรุ่ง ข้างในขณะที่เบาบางสัตว์สองเท้าก็ไม่ได้ทั้งเป็นเช่นนั้น รวมหมดตรึกนี้ถือกำเนิดเคลื่อนการกลับกันเปลี่ยนแปลงสิ่งอันดับฮอร์โมน ไม่ต่างจากชุดที่ความเกื้อกูลเป็นวัยรุ่น สิวทำได้เกิดลูกจากปริมาณสิ่งของของเหลวในโฉมกายินทรีย์พร้อมด้วยระดับฮอร์โมนที่ทวีสูงขึ้น

3. อาการคนท้อง : เพราะเหตุใดฉันจดผายลมเรื่อย?
เป็นเพราะฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน เช่นหนึ่งเดียวกับที่ทำมอบให้คุณอุ้มท้องผูกค่ะ

4. อาการคนท้อง : จิตใจกระแสเพศฟาดเปล่าไปอะไร?
ผู้หญิงบางปุถุชนอาจมีความรู้สึกทางเพศสะพรั่งขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ แต่เบาบางคนก็ไม่โชคดีแบบนั้น ซึ่งก็เข้าใจได้ ก็เพราะว่าคุณรู้สึกคลื่นไส้ เหนื่อย อึดอัด และหนักใจ นั่นหนีบเป็นเนื้อความปกติค่ะ

5. อาการคนท้อง : เพื่ออะไรเราทั้งที่รู้สึกเจ็บไข้ทางตกฟากเป็นคราว ๆ
กิริยาท่าทางคนตั้งครรภ์เจ็บประตูประสูติสามารถทำสละให้ประสกรู้สึกแปลก ๆ เวลาตั้งแต่งท้อง แต่หัวมันเกิดออกจากความหนักเบาเครื่องใช้เจ้าเนื้อตัวน้อยโน่นเอง

6. อาการคนท้อง : ลูกจะรู้สึกมั้ยวิภาคที่แดกมีการร่วมเพศ?
เด็กจะไม่รู้ว่าความเกื้อกูลกำลังมีการร่วมเพศ ถ้าว่าอาจจะรู้สึกถึงการตอบสนองข้าวของคุณ ผู้เยาว์อาจจะเขยื้อนมากขึ้นเพราะดวงใจคุณเต้นเร็วมากขึ้น

7. อาการคนท้อง : ทำไมลูกช้างถึงคันข้างหน้าอก?
ในระหว่างการตั้งครรภ์คุณอาจจะรู้สึกคันผิว โดยเฉพาะในบริเวณที่ขยายตัว เช่น ท้อง หรือหน้าอก พยายามอย่าเกา คุณอาจบรรเทาอาการคันด้วยครีมหรือน้ำมันมะพร้าวก็ได้ค่ะ

8. อาการคนท้อง : ทำไมฉันถึงมีกลิ่นตัว?
กลิ่นตัวก็เกี่ยวเนื่องกับฮอร์โมน ระดับของเหลวในร่างกาย และอัตราการเผาผลาญที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับความเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ซึ่งทำให้คุณเหงื่อออกมากขึ้น ทำให้เกิดกลิ่นตัว แนะนำให้อาบน้ำบ่อยขึ้นค่ะ

9. อาการคนท้อง : ทำไมดิฉันถึงมีขนขึ้นไปทั่ว?
ยังไม่ตายเรื่องปกติที่คุณจะมีขนขึ้นมากขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ แต่เอ็งคงไม่ชินกับการงานมีขนที่หน้าอก ท้อง มือ หรือไม่ก็แม้กระทั่งบนใบข้างหน้า ถ้าแม้คุณไม่ถูกใจก็โกนออกลูก หรือเอาคืนเรื่อยๆขึ้นเท่านั้นเอง

10. อาการคนท้อง : เด็กจะถูกเบียดไหมยุคสมัยที่กระเพาะปัสสาวะครบ?
เด็กจะไม่โดนเบียดจ้ะ กลับเจ้ากายเล็กกระจิดริดอาจจะเตะโดนกระเพาะปัสสาวะอุปการะ คุณอาจมีชีวิตตะคริวหรือมีอาการบีบเล็กน้อยสมัยที่คุณปวดปัสสาวะมากมาย ๆ

11. อาการคนท้อง : ฉันใดถึงมีน้ำคลอดมาจากทางให้กำเนิด?
ทำได้จะมีชีวิตข้อความที่ไม่ต้นอ่อนถามใครสักเท่าไหร่ แต่การที่อุปการะจะรู้สึกเปียกๆตรงข้างล่างในช่วงเวลาสามเดือนแรกของการตั้งครรภ์ถือเป็นเรื่องปกติ คุณอาจจะรู้สึกไม่สบายตัวและทำให้เกิดความไม่มั่นใจ แม้ว่าของเหลวที่ไหลออกมานั้นสมภพจากการทำงานของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน

12. อาการคนท้อง : ด้วยเหตุใดเขมือบจดช่องท้องผูก?
เป็นอาการปกติเนื่องด้วยท่าทางคนท้องคนท้องที่จะท้องผูกอันเนื่องมาริจากผลข้างเคียงของระดับฮอร์โมนที่สูงขึ้น อย่าวิตกกังวล เพียงแค่พยายามดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ และแดกอาหารที่มีกากใยไฟเบอร์เยอะๆ ก็พางพอ

13. อาการคนท้อง : ไฉนรับประทานถึงนึกฝันถึงเรื่อง SEX บ่อย ๆ
งานจินตนาถึงเรื่องเซ็กซ์จำเจ ระหว่างการตั้งอุทรนั้นเป็นผลมาจากเลือดไหลไปสังสรรค์ที่อวัยวะเพศมากขึ้น ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่เพิ่มขึ้นซึ่งทำให้คลอดการหลั่งของเละบานเบิกขึ้น และหน้าตาอกที่ใหญ่และไวต่อสัมผัสมากขึ้น ซึ่งแปลว่ามึงมารดาจะมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้นตามไปด้วย

14. อาการคนท้อง : ด้วยเหตุใดช่องเกิดถึงป่อง?
ประสูติจากงานที่มีเลือดไหลไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศชุกชุมขึ้น สาเหตุเดียวกับที่คุณฝันถึงเรื่องเซ็กซ์บ่อย ๆ นั่นแหละค่ะ นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากน้ำหนักของเด็กกดทับอุ้งเชิงกราน และข้อต่ออุ้งเชิงกรานพละกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการประสูติ

15. อาการคนท้อง : เด็กผายลมในท้องจัดหามาหรือไม่?
เด็กในครรภ์ไม่สามารถผายลมได้ แต่ปัสสาวะได้ แต่ถ้าคุณลมเยอะ เด็กที่มีอายุมากกว่า 10 สัปดาห์จะสามารถได้ยินเสียงคุณผายลมเพราะตัวเขาอยู่ใกล้กับลำไส้ของคุณ

16. อาการคนท้อง  : เพื่ออะไรยัดลุรู้สึกบีบรัดเหมือนเจ็บท้องหลังมีเซ็กซ์?
นี่ไม่ใช่เรื่องผิดแผกประหลาดอะไร การบีบรัดตัวของครรภ์อาจมีขึ้นจากการถึงจุดสุดยอด วิธีแก้คือให้ยกขาขึ้นแล้วดื่มน้ำสักแก้ว แต่ถ้าคุณเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด คุณครูอาจไม่อนุญาตให้คุณมีเซ็กซ์เพราะอาจทำให้ครรภ์บีบรัดเต็มเกินไป

17. อาการคนท้อง : ทำยังไงถ้าน้ำดื่มเดินในที่หลวง?
อีฉันมั่นใจว่าคุณแม่ส่วนใหญ่กังวลแขวนกับเรื่องนี้ แม้ว่าในความเป็นจริงมันอาจจะไม่ได้โหดร้ายเหมือนอย่างที่คุณคิด น้ำคร่ำไม่ได้มลายกระจายจนท่วมพื้นกลุ่มที่คุณคิด ปกติของเหลวจะแค่ค่อยไหลออกมาทีละนิดแค่นั้น แต่ถ้าเกิดน้ำโซมพื้นจริง ๆ คุณก็ต้องรีบไปอาคารพยาบาลทันที

18. อาการคนท้อง : ฉันจะอุจจาระระหว่างคลอดหรือไม่?
เป็นอาการคนท้องที่ตกฟากขึ้นได้แน่นอนนอนค่ะ แต่ถ้าลื้อคลอดธรรมชาติ โครงกายของคุณจะปรับสภาพก่อนคลอด ซึ่งอาจรวมถึงอาการท้องเสียก่อนคลอด แต่อย่าได้วิตกสงสารไปค่ะ เพราะ จนถึงอยู่ในจุดๆนั้นคุณคงไว้ต้องยุ่งกับกถาอื่นมากกว่าหัวข้อนี้แน่นอน

19. อาการคนท้อง : งานบากแต่งขนย้ายในที่ลับจะมีผลแก่เด็กในทรงพระครรภ์หรือไม่?
อาจจะไม่มีผลเลยค่ะ คุณอาจจะเอื้อมไปไม่ถึงด้วยว่าซ้ำหลังจากการตั้งท้องเดือนที่ 5 เป็นดุ้นไป แต่ถ้าเธอยืนยันที่จะทำ แนะนำให้คุณไปสปาแทนจะประเสริฐกว่า แต่ระวังเรื่องการแว็กซ์ขนสักหน่อยนะคะ ก็เพราะว่าผิวเขตนั้นของคุณจะบอบบางเป็นเลิศในระหว่างการตั้งครรภ์

20. อาการคนท้อง : ข้าพเจ้าเข้าห้องน้ำได้หรือไม่ระหว่างที่กำลังเจ็บนาภีเกิด?
เข้าได้แน่นอนค่ะ แต่กระนั้นตอนย่านคุณเขี้ยวเล็บเจ็บท้องคลอด คุณอาจจะไม่หวาดระแวงอะไรแบบนี้แน่นอน



ที่มา : blogger

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อยากมีลูก แม้กระนั้นประจำเดือนมาริเปล่าประจำ !

ลูกยากเพราะว่าประจำเดือนลงมาเปล่าโดยทั่วไปแล้ว เป็นแน่แท้สึกหรอ ?


          สาวๆหลายๆนรชนที่ อยากมีลูก เสียแต่ว่าประจำเดือนมาหาเปล่าปกติธรรมดา อาจจะเข้าไปดวงใจดุทำปันออกมีลูกหลานเลว สาวๆที่ต้องการจะยังมีชีวิตอยู่คุณพระชนนีหลายปราณีคงออดอ้อนค้นเส้นทางขจัดปัญหา อย่างเดียวการที่ประจำแถงมาหาไม่ธรรมดาตรงนั้นจะปฏิบัติงานอุปถัมภ์มีเธอเนื้อตัวนิดหน่อยทุแน่ๆหรือว่าเปล่า และหากจริง เราเหมาะแก้กันดุจไรมั่ง

1.น้ำหนักตัวเลยมาตรฐาน / น้ำหนักเพิ่มเติมขึ้นไปหนักหนามากเกินในยุคสมัยระยะเวลาอันเหี้ยน
ข้อความท้วมจะส่งผลทาบฮอร์โมนเพศ ทำส่งเสียประจำเดือนมาริไม่สม่ำประจำ คนที่อวบมากเกินไป จึงหมายความว่าสาเหตุทำให้เกิดภาวะประจำเดือนมาไม่ปกติธรรมดานั่นเอง

2.น้ำหนักตัวเลวทรามกว่ามาตรฐาน / น้ำหนักลดลงอย่างทั้งหมดเร็วในที่เวลาอันขาด 
มิใช่เพียงน้ำหนักท่วมท้นเกินเดินเท่านั้น น้ำหนักตัวที่น้อยเกินไปก็ส่งผลให้ประจำเดือนมาริไม่ปกติได้มาเช่นกัน เพราะอัตราส่วนของไขมันจะมีสัดส่วนไม่พอเหมาะกับมวลของร่างกาย  เมื่อไขมันรวบรวมลดลง อาจมีผลกระทบให้ร่างกายหยุดการผลิตไข่ได้ จึงเป็นผลให้ประจำแถงมาไม่ปกติ

3.คลอดกำลังกายหักออกโหมมากเกินไป
ข้อสงสัยนี้มักเห็นนิจสินณพรรคมากหลายกีฬาที่ทุ่มเทออกกำลังกายอย่างหนักอึ้งมีชีวิตปกติ ซึ่งจะส่งผลประโยชน์ถอดแบบกับขาที่น้ำหนักรูปลดลงมากเกินไป ไขมันสั่งสมจึงหดลงระบิมากตราบเท่าร่างสกนธ์อาจหยุดเกิดไข่ ส่งผลให้เสมอๆเดือนมาไม่สามัญนั่นเอง

4.การรับประทานยา
หากเอ็งรับประสารเสพติดคุมกำเนิด ประจำเดือนข้าวของเอ็งก็จะถูกตะบึงคุมอยู่เพราะว่า ฮอร์โปรเจสเตอโรนในยาเมล็ดกำกับผลิต สามารถจักประพฤติให้รอบเดือนมาหาไม่ธรรมดา โปร่งแสงแถงมาค่อยหรือโปร่งบางจันทร์คงจะไม่มาผ่านพ้นก็ได้

5.อุ้งเชิงกรานมีปมปัญหา
ภาวการณ์เยื่อพรหมจารีไม่ปิดเงียบ (Imperforate hymen) อันที่จริงแล้วประจำของคุณอาจจะมาเป็นประจำทุกเดือน แต่ขังอยู่ในโพรงมดลูกและช่องคลอด หรือไม่ที่เรียกว่า ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (polycystic ovary syndrome) ที่ทำแบ่งออกรอบจันทราของคุณมีระยะเหินห่างระหว่างรอบมากขึ้น

      อันที่จริงแล้วการที่ประจำจันทรามาไม่เป็นปกติไม่มีผลต่อโอกาสตั้งครรภ์น้อยกว่าคนที่มีประจำเดือนมาเป็นปกติ  ความสามารถในการตั้งครรภ์นั้นขึ้นอยู่กับการตกไข่ (และไข่ต้องมีสุขภาพที่ดีจากรังไข่หรือเป็นไข่ที่สมบูรณ์) มากกว่าช่วงระยะการมาหาของประจำเดือน  หากการตกไข่ของคุณเป็นปกติ โอกาสที่คุณจะตั้งครรภ์ก็จะไม่ได้รับข้อสรุปกระทบใดๆ  แต่อย่างไรก็ตาม การที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือประจำเดือนไม่มา มาน้อยไปหรือมากไป นั่นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนได้ว่าคุณไม่มีการตกไข่ แต่ในนางที่ไข่ไม่ตกบางคน ก็อาจมีประจำเดือนมาตามปกติได้ การที่ไข่ตกไม่สม่ำเสมอ เป็นสาเหตุสำคัญสิ่งภาวการณ์มีลูกยากมากถึง 30 -40 %

เคล็ด(ไม่)ลับ / แนวทางการแก้ไข สำหรับสาวๆที่ อยากมีลูก
- ถ้าต่างว่ารอบเดือนของคุณสาวๆทั้งมากหลายมาไม่พื้นๆ ก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ว่าการตกลูกกระโปกของคุณทรามชมไม่สม่ำเสมอหรือไข่เป็นได้ไม่หล่นเลย เราทำได้ตรวจสอบแบบอย่างคร่าวๆได้หลายวิธี
1. วิเคราะห์สอบเมือกปากมดลูก
2. ชดใช้เครื่องมือวิเคราะห์การตกไข่
3. วัดวาอารามอุณหภูมิร่างกายทุกวัน
**ถ้าเป็นไปหาได้แนะนำให้ใช้ทั้งไตรวิธีในการตรวจสอบ**

- ใช้ยากระตุ้นการตกไข่ แต่ที่สำคัญก็ต้องคำนึงถึงอาการแทรกซ้อนอื่นๆด้วย เช่นภาวการณ์ผิดปกติของต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ หรือ ต่อมหมวกไต

- ลดการออกเขี้ยวเล็บอย่างหักระดมลง เพราะสุภาพสตรีเราตรงนั้นจำเป็นจำเป็นจะต้องมีขั้นไขมันที่พอดีสม เพื่อการตกไข่จะได้เป็นไปตามปกติวิสัย

- ลดราคาความหนักเบา เพราะความท้วมมีผลต่อกบิลฮอร์โมนที่เกาะเกี่ยวกับรังไข่ กับมีผลิตผลต่อการลงเม็ดไข่ด้วย นอกเหนืออยู่กว่านั้น น้ำหนักที่มากขึ้นขึ้นจะทำให้ขั้นอินซูลินมีปริมานเพิ่มขึ้นด้วย ส่งผลให้รังไข่ของคุณสาวๆผลิตฮอร์โมนเพศริมมากเกินไป จนมุมไข่หยุดตกได้


อ่านเพิ่มเติม : blogger

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อาหารคนท้อง (เปล่าควรบริโภค)

อาหารคนท้อง

อาหารคนท้อง (ไม่เหมาะเปลือง)




          หลายๆสิ่งมีชีวิตอำนาจยุ่งเหยิงเกาะเกี่ยวกับอาหารคนท้องที่ต้องกินด้วยกันไม่ชอบกิน เครื่องกินบางอย่างมีผลต่อคุณแม่ตอนไม่ท้อง แต่พอพุงแล้วไม่รอบรู้บริโภคได้ ด้วยว่า พอร่างตัวของคุณมาตุทั้งอเนกเกิดการเปลี่ยน กบิลภูมิคุ้มกันของเอ็งพระมารดาก็จะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยซ้ำเหมือนกัน ซึ่งเป็นได้ทำเอามาดาทั้งหลายมีความเสี่ยงประสานรอยการเป็นความเจ็บป่วยต่างๆได้คล่องขึ้น เครื่องกินบางอย่างที่คิดว่าดีและมีกำไร คงไม่ดีต่อสังขารของแม่และลูกน้อยก็ครอบครองได้มา

          การค้นคว้าวิจัยข้าวของสหรัฐอเมริกา ในดินแดนแคลิฟอร์เนีย พบว่า เทอราโทเจน (Teratogen) ยังมีชีวิตอยู่สารที่มีปากเหยี่ยวปากกาต่อเด็กแบเบาะน้อยในท้อง และได้เล่าเรียนเพิ่มเติมคล้องกับสารพิษที่ลงเม็ดค้างอยู่ในข้าว พบว่ามีมลสารตกค้างอยู่ในภักษ์ตลอด ซึ่งไม่ใช่กระยาหารที่เลวทรามต่อพลานามัย แต่ทำเป็นก่อให้เกิดร้ายแรงกับลูกโหรงเหรงของคุณได้ จึงไม่เหมาะแก่การเป็น “อาหารคนท้อง

1.ปลาชนิดต่างๆ
          อย่างที่เรารู้กันดีว่า มัสยา เป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่ก็มีปลาบางอย่างที่คุณมารดาทั้งนานาไม่พึงจะกินนะคะ เช่น

- ปลาทูน่า เพราะว่าทูน่ามีคชาสายนึงที่เรียกว่า เมทิลเมอร์คิวรี่ (Methylmercury)  ใช่ไหมสารปรอทชนิดเอ็ดโน่นเอง

- ปลาแซลมอน (ที่เพาะสังสรรค์ในฟาร์ม) เพราะว่าที่ฟาร์มที่ใช้ฉลองนั้นมีสารพีซีบี (PCBs) หรือ โพลีคลอลิเนตไบฟีนิล (polychlorinated biphenyls) สดกเรณูอินทรีย์ที่ประกอบด้วยคลอรีนหมายถึงชิ้นส่วนประกอบ จะส่งผลให้เด็กค่อยสิ่งของคุณมีน้ำหนักตัวเวลาแรกเสด็จพระราชสมภพน้อย

- ปลาที่มีสารกอปรสิ่งปรอทสูงมาก เช่น ฉลาม ปลาดาบ ปลาปากนก คุณม้าทั้งหลายก็ควรหลีกเลี่ยงนะคะ
       
 นอกจากตรงนี้ก็ควรหลีกหนีย้วยหมวดหมู่ปลาดิบประชุมไปถึงอาหารห้วงน้ำยังมีชีวิตอยู่เพื่อนะคะ เนื่องจากอาหารเหล่านี้อาจมี จุลินทรีย์ ไวรัส และตัวเบียน ซึ่งไม่ดีสร้างลูกน้อยนิดนั่นเองค่ะ


2.อาหารกระป๋อง
แน่หลับว่าข้าวปลาอาหารที่ทะลุการแปรรูปถ่ายมาจบนั้น มีท่านค่าทางโภชนาการไม่เท่ากับอาหารที่ปรุงสดๆใหม่ๆแน่นอน เนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการผลิตกระป๋องอาจปนเปื้อนไปกับอาหาร ไม่ดีต่อลูกเต้าน้อยของอีฉันแน่ๆค่ะท่านแม่ทั้งอเนก


3.น้ำประปาที่มาจากก๊อกน้ำ
ในน้ำน้ำก๊อกนั้นมีเจ่งมลภาวะตกพักแรมที่ปนมอมมาพลัดพรากที่อยู่มอบน้ำ ซึ่งทำเป็นส่งดอกผลแตะต่อกระบิลประสาทส่วนกึ่งกลางของสายเลือดค่อยทำมอบให้ลูกนิดหน่อยของแกแม่มีน้ำหนักแรกประสูติจ้อยนะคะ


4.อาหารที่มีคาเฟอีน
ปล้องนี้เหมาะระแวดระวังเป็นพิเศษล่วงพ้นนะคะ เพราะว่าว่าคาเฟอีนนั้นสามารถส่งผลแรงกับเด็กแบเบาะในท้องอาจทั้งๆ ที่ขั้นปฏิสนธิการถึงแก่อนิจกรรมคลอดได้ (*ตายคลอด คือ การที่ทารกตายชีวิตในท้อง หรือถึงชีพิตักษัยชีวีระหว่างการตกฟากนั่นเอง)


  ถ้ายังมีชีวิตอยู่ในกาลเวลาเก่านั้นกูทำได้ที่จะเจี๊ยะเช่นไรก็ได้ ซึ่งแหวกแนวกับกาลสมัยนี้ ที่มึงแม่ๆทั้งแยะจำเป็นต้องระวังดำรงฐานะพิเศษ เพราะสารตกค้างที่เจือปนเปื้อนมากับอาหารที่เรารับประทานกันเป็นบ่อยทุกทิวานั้น ส่งผลไม่ดีเชื่อมลูกนิดหน่อยของเรา ขอให้ให้ท่านมารดาทั้งเหลือแหล่รับให้อาหารที่ถูกต้องในผลรวมที่เหมาะเหมาะนะคะ


ขอบคุณที่มา : blogger


วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2558

8 อากัปกิริยาข่าวดีของ “อาการคนท้อง”!


อาการคนท้อง


          นางหลายๆคนที่กำลังตั้งครรภ์อาจเข้าใจว่า การตั้งท้องนั้นจะมีแค่การวางท่าคลื่นไส้อาเจียนเท่านั้น แต่จริงๆแล้วยังมี อาการคนท้อง อื่นๆอีกหลากหลายอย่างที่เป็นลางบอกข่าวดีให้กับสาวๆที่พลจะเป็นคุณแม่ อย่าพึ่งมาถึงใจผิดคิดว่าเป็นเพียงอาการเจ็บป่วยสาธารณ์เท่านั้นนะ เธออาจจะกำลังมีเจ้าตัวนิดก็จัดหามา !



1.ปวดปัสสาวะบ่อย
          ท่านม้าที่เปิดฉากตั้งครรภ์จะมีอริยาบทปวดปัสสาวะปกติ  เนื่องจากเรือนร่างกายจะกำเนิดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ มากขึ้น ทำให้ไตขับข้าวของเสียในรูปของของเหลวจัดขึ้นตามไปด้วย

2.รอบเดือนไม่มา
          ถ้าสมมุติเสมอๆเดือนมิมาและมีอากัปกิริยาฝ่ายอื่นรวมด้วย ชี้แนะนำสละให้ไปซื้อของเครื่องกรพิจิตการตั้งขึ้นนาภีมาตรวจหา

3.อาเจียน คลื่นไส้
          กิริยาท่าทางคลื่นไส้อ้วก เพราะตลอดไปแล้วจะเกิดขึ้นส่วนหลังจากที่ร่างอ่อนปฏิสนธิได้มัตตะ 1 เดือน ด้วยกันจะมีอาการจ้อยลงคราวเข้าไปสู่ตอนที่คู่แฝดของการโด่อุทร กลับก็ไม่เทียมไป คุณแม่บางมนุชอาจมีท่าทางคลื่นลำไส้อาเจียนเร็วกว่าบังคับ แม้กระนั้นบางคนก็ไม่มีอาการเลย หรือไม่ก็ไม่ก็อาจมีอยู่อาการคลื่นไส้อาเจียนไปจนถึงเดือนสุดท้ายเพรงเกิดก็ยังไม่ตายได้

4.รู้สึกเหม็น
          เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนทดรุ่งโรจน์ เกินส่งผลสร้างให้เจ้าแม่แห่งตั้งครรภ์จมูกรวดเร็วขึ้น ได้คล้องกลิ่นอายอะไรก็พาลพาโลฉาวโฉ่ไปเสียหมด จนรู้สึกมุ่งหมายจะแหวะ ของกินที่เคยพึงพอใจยัดก็กลับเหม็นได้ดุจกัน

5.เจ็บหน้าอก
          ในวรรคจำเดิมของการเกริ่นตั้งอุทร คุณมารดาหลายคนอาจมีท่วงท่าหน้าอุระบวม เพราะมีเชื้อสายไปเลี้ยงดูบริเวณหน้าอกมากขึ้นทำให้รู้สึกเจ็บปวด ปนถึงการรู้สึกว่าน้ำหน้าทรวงอกรวดเร็วต่อการลูบไล้ จะรูปพรรณสัณฐานละม้ายกับอริยาบทเจ็บหน้าช่วงก่อนมีเป็นนิตย์เดือนนั่นเอง

6.รู้สึกง่วง
          ในยุคสมัยบุกเบิกตั้งนาภีฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะมีการเติมให้ขึ้นอย่างรวดรวดเร็ว จึงทำให้รู้หอบมากๆทั้งที่ไม่ได้ก่อสิ่งไรเลย ไม่ใช่หรือรู้สึกซึมนอนไม่หยุดตลอดวัน ทว่าไม่ต้องรู้สึกเคร่งเครียด เพราะในเวลาที่ยี่ของงานตั้งนาภีพลังของคุณแม่ก็จะพลิกคืนมา

7.มีเลือดออกทางช่องคลอด
          ในระยะเวลาแรงหมกร่างกายของตัวบอบบางในมดลูก ว่าที่คุณคุณแม่บางพระองค์อาจจะมีกิริยาท่าทางโลหิตหลั่งไหลออกมาจากทางหุบคลอด โดยอิริยาบถนี้มักเกิดขึ้นพระขนองจากที่ตัวอ่อนถือกำเนิดได้คะเน 11-12 ทิวา (ช่วงเวลาที่เริ่มสังเกตว่าประจำเดือนไม่มา) เลือดฝาดที่ไหลออกมาค่อนข้างจะเป็นเชื้อสายจางสีสีแดงหรือว่าชมพู และจะหยุดไหลเองภายใน 1-2 วัน แต่แม้กระนั้น ผิมาตุรงค์รู้ว่าพลังมีบุตรแล้ว และพบว่าตนเองมีกิริยาท่าทางเลือดไหลออกมาจากทางช่องคลอดจับกลุ่มถึงมีท่าทางปวดทรงพระครรภ์ด้วย ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะว่านั่นอาจจะเป็นวี่แววเตือนของการทรงพระครรภ์ข้างนอกมดลูกได้

8.หน้าท้องโป่ง
        อย่าเพิ่งตระหนกตกใจ ถ้าหากหน้าท้องของคุณที่นูนออกมาน้อยๆหน่อยๆ หรือรู้สึกว่าเอวกางเกงตัวโปรดเริ่มแคบขึ้นมา ก็เพราะว่ามีก๊าซในกระเพาะเติบขึ้นเทียบเท่านั้นเอง